Children's art.

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การสร้างภาพโทนสีผสม / Creating a mixed tone


ความหมายของสี
สี หมายถึง แสงที่มากระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตาจะทำให้เห็นเป็นสีต่างๆ การที่มองเห็นวัตถุเป็นสีใดๆ ได้นั้นเพราะวัตถุนั้นดูดแสงสีมาจากที่อื่นแล้วสะท้อนตัวมันเอง เช่น วัตถุสีแดง เมื่อมีแสงส่องกระทบก็จะดูดทุกสีสะท้อนแต่สีแดงทำให้เกิดการมองเห็นเป็นสีแดง และรับรู้สีได้เพราะเมื่อสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ไอแซก นิวตัน ได้ค้นพบ ว่าแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์เมื่อหักเหผ่านแท่งแก้วสามเหลี่ยม ( prism) แสงสีขาวจะกระจายออกเป็นสีรุ้งเรียกว่า สเปคตรัม มี 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง (ศักดา ศิริพันธุ์. 2527 : 5 อ้างถึงใน http://rbu.qru.ac.th/~somsak/design/ lesson5/ lesson_5.html ) และได้มีกำหนดให้เป็นทฤษฎีสีของแสงขึ้น ความจริงสีรุ้งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นและพบเห็นกันบ่อยๆ อยู่แล้วโดยเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์หรือแสงสว่างเมื่อผ่านละอองนํ้าในอากาศซึ่งลักษณะกระทบต่อสายตาให้เห็นเป็นสีมีผลถึงจิตวิทยาคือ มีอำนาจให้เกิด ความเข้มของแสงที่อารมณ์และความรู้สึกได้การที่ได้เห็นสีจากสายตา สายตาจะส่งความรู้สึกไปยังสมองทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆ ตามอิทธิพลของสี เช่น สดชื่น เร่าร้อน เยือกเย็น หรือตื่นเต้น มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับสีต่างๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้นล้วนแต่มีสีสันแตกต่างกันมากมาย

           การสร้างภาพโทนสีร้อน-สีเย็น ของเด็กอายุไม่ตํ่ากว่า 8 ขวบนั้น เมื่อผลงานออกมาแล้วไม่คิดว่าเด็กๆ จะทำได้สมบูรณ์ การไล่โทนสีทำได้ 7 ระยะ สำหรับเด็กโตการแบ่งค่าของสีค่อนข้างละเอียดและชัดเจน ซึ่งต้องสอดคล้องกับการออกแบบด้วยเป็นสำคัญ


ตัวอย่างสี โทนร้อน-โทนเย็น 
            แบ่งออกเป็น 7 ระยะ เริ่มที่สีร้อนได้แก่ เหลือง ส้มเหลือง ส้ม ส้มแดง แดง แดงม่วง ม่วง สีเย็นได้แก่ เหลือง เขียวอ่อน  เขียวสด เขียวแก่ ฟ้าเข้ม น้ำเงิน ม่วง

           เมื่อเราระบายสีภาพตามโทนสีแล้ว เราสามารถรู้สึกได้ถึงความแตกต่างได้เลย ภาพที่ระบายสีเย็นจะมีความรู้สึกสบาย ร่มเย็น สบายตา สบายใจ มีสมาธิมากขึ้น แล้วโทนสีนี้เราก็นำมาจากสีของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวของเรานี่เอง กลุ่มโทนสีเขียวก็นำมาจากสีของป่า ส่วนกลุ่มโทนสีฟ้าก็นำมาจากสีของทะเล  และภาพที่ระบายสีร้อนจะมีความรู้สึกสดใส ร้อนแรง มีชีวิตชีวา อบอุ่นก็ได้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วโทนสีนี้เราก็นำมาจากสีของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวของเรานี่เองเหมือนกัน กลุ่มโทนสีแดงก็นำมาจากดวงอาทิตย์ที่เป็นแสงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เวลานำมาระบายอยู่ด้วยกันสีค่อนข้างร้อนแรงเอามากๆ



           เมื่อนำ 2 กลุ่มโทนสีมารวมกันโดยการไล่สีก็เป็นอย่างที่เราเห็นล่ะคะ...รู้สึกสนุก ตื่นเต้น สีจัดจ้านร้อนแรง ทำให้ไม่น่าเบื่อ บางจุดเมื่อมีสีโทนเย็นมาเบรคทำให้มีเรื่องราวในตัวเองแต่เราสามารถสร้างภาพให้ดูเด่นและชัดเจนได้ โดยการระบายสีโทนร้อน-โทนเย็นแบ่งระหว่างรูปภาพกับพื้นหลังของภาพอย่าลืมตัดเส้นดำนะคะ ดังตัวอย่างของเด็กๆ

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วาดภาพวัย 3 ขวบ


วาดภาพกิจกรรมเพิ่มพลังสมองลูกน้อยวัย 3 ขวบ 
        เพราะช่วง 3 ขวบปีแรกของชีวิต เป็นช่วงที่สมองของลูกเติบโตมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ หากคุณพ่อคุณแม่สร้างสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้เหมาะสม สมองของเขาก็จะเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการด้านต่างๆ ของเขาในวัยต่อๆ ไป กิจกรรมเสริมสร้างพลังสมองให้ลูกควรสอนให้เด็กรู้จักเล่นคนเดียว เด็กวัยนี้ไม่ใช้มือกำดินสอเทียนแล้ว แต่จะใช้ปลายนิ้วจับเอาไว้ รู้จักต่อแท่งไม้สูงๆ รู้จักใช้เสียมเล็กๆขุดดิน แม่ควรคิดหาทางใช้ความสามารถเหล่านี้ของเด็กและหัดให้เล่นคนเดียว มีกิจกรรมีมากมายที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น…
        * เล่นจับปูดำขยำปูนา ตบแผะ จ้ำจี้ ฯลฯ การเล่นเช่นนี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวมือ ขา ร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว 
        * หมั่นชวนลูกดูหนังสือภาพ เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นสายตาและการมองแล้ว ยังช่วยให้เขาได้เรียนรู้ภาษา เรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านหนังสือภาพได้ 
        * เล่านิทาน จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของภาษาและการสื่อสาร กระตุ้นการคิด จินตนาการ สมาธิ และที่สำคัญทำให้ลูกรู้ว่าเรารักและทำให้เขารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย 
        * หาของเล่นที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก ของเล่นที่ช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ฝึกความอดทน ฝึกการแก้ปัญหามาให้ลูกเล่น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงหรือมีกลไกซับซ้อน เช่น กล่องกระดาษ กระบะทราย 
         * เด็กผู้หญิงที่ชอบตุ๊กตา ก็ซื้อตุ๊กตาและชุดหม้อข้าวหม้อแกง หรือชุดเครื่องเรือนให้ และปล่อยให้เล่นคนเดียว ซึ่งมองเห็นแม่ได้
        * ร้องเพลงกล่อมลูก เสียงสูงๆ ตํ่าๆ และมีจังหวะจะโคน ช่วยกระตุ้นสมองได้ดี พัฒนาการของภาษา สมาธิ การคิด ความจำจะถูกกระตุ้นจากเสียงเพลง ข้อสำคัญคือช่วยตอกยํ้า ให้ลูกรับรู้ถึงความรักและความห่วงใยที่พ่อแม่มีให้ 
* เด็กที่ชอบดนตรีน่าจะเปิดเพลงให้ฟัง ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงคลาสสิค ลูกทุ่ง ลูกกรุง หรือเพลงแจ๊ส เพลงรำวงก็เพลงเหมือนกัน
 * เด็กวาดมโนภาพเก่งขึ้น จะหมกหมุ่นอยู่กับการเล่น จนไม่สนใจแม่ว่าจะอยู่ด้วยหรือไม่ แม้ว่าสนามที่บ้านจะเล็ก มีที่ว่างเพียงวาเดียว ก็น่าจะสร้างสนามทราย ไว้เป็นที่เล่นของเด็ก ที่จะขนของเล่นไปเล่นคนเดียวที่นั่น
         * เด็กที่ชอบเขียนภาพ ควรหาสีเทียนและกระดาษแผ่นใหญ่ๆ ให้แกขีดเขียนไปพลาง พูดพรรณาไปเรื่อยๆ ควรให้กระดาษแผ่นใหญ่ๆ เพราะถ้ากระดาษพื้นที่ไม่พอ เด็กจะขีดพื้นขีดผนังบ้าน







       
































          พัฒนาการทางร่างกาย ของเด็กวัยนี้ก้าวหน้าเร็วมาก วิ่งเร็วขึ้น และหกล้มน้อยลง เดินด้วยเท้าเปล่าได้ เด็กบางคนสามารถเดินบนท่อนไม้เดียว ที่วางพาดข้ามคูคลองได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และเล่นชิงช้าเองได้โดยไม่กลัว แต่เราต้องไม่ลืมว่า เด็กแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็ก เล่นอยู่แต่ในบ้านทั้งวันด้วย การเล่นต่างๆดังกล่าวข้างต้น

          สิ่งสำคัญคือ ทุกกิจกรรมที่เราทำต้องเกิดขึ้นจากความรัก ความเข้าใจในธรรมชาติของลูก โดยไม่เอาลูกเราไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เพราะเด็กแต่ละคนจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  นิตยสารรักลูก
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
อ้างอิงแผนงาน : ร่วมวางแผน พัฒนาการบริหาร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละระดับชั้น กำกับติดตาม ประเมินผลและรายงานผลด้านนักเรียน ด้านครู ด้านกายภาพ และด้านอื่น ๆ ตามแนวนโยบายและระเบียบปฏิบัติของโรงเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เด็กปฐมวัยกับผลงานศิลปะ

             เด็กวัยนี้เป็นช่วงที่โครงสร้างสมองซีกขวาซึ่งเกี่ยวกับศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการดีมาก ถ้าส่งเสริมอย่างให้ถูกทางและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อไหร่หยุดหรือไม่มีพัฒนาการต่อเนื่อง บีบบังคับ สร้างความเป็นระบบแบบแผนมากเกินไป ล้วนแล้วแต่เป็นตัวขัดขวางความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเด็ก
การศึกษาไทยยังไม่มีความเข้าใจในการพัฒนาเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ จะเห็นว่าทุกวันนี้เราพยายามสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็กไทยมากขึ้น หากแต่บางครั้งก็ยังไม่มีความเข้าใจมากพอ เด็กแต่ละวัยมีความแตกต่างกันในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์จึงต้องต่างกันไป
  เด็กในระดับชั้นปฐมวัย จึงจำต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ เราจะเน้นให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน เมื่อเขาสนุกและเพลิดเพลิน แล้วจะทำให้เขาสามารถคิดอะไรได้แปลกใหม่อย่างมีอิสระ และเสรีภาพ คนที่จะสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กต้องเข้าใจ มิฉะนั้นจะไม่สามารถสร้างสถานการณ์ของการเรียนการสอนได้ ในการพัฒนาเสรีภาพการเขียนการคิดได้อย่างแท้จริง
วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดจินตนาการได้เต็มที่ตามที่ได้เห็น เด็กสามารถสร้างจินตนาการได้กว้างกว่าที่เราจะคาดเดาได้ บางทีก็อาจจะสะท้อนจิตใจความรู้สึกของ บางครั้งเด็กไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้แต่สามารถถ่ายทอดมาทางงานศิลปะได้ วิชาศิลปะเป็นฐานทางการศึกษาพัฒนาการเด็กซึ่งควรเริ่มตั้งแต่เด็กยังเล็กอยู่การเรียนการสอนศิลปะสำหรับเด็ก ปฐมวัยนั้นจะมุ่งเน้นถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กมากกว่าผลงาน ดังนั้นจะเห็นว่ากิจกรรมต่างๆ ทางศิลปะจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง และสัมพันธ์กับการใช้ตา เช่นการ ดินนํ้ามัน ปั้นแป้ง ระบายสี และการวาดรูป เด็กได้ใช้ส่วนต่างๆของนิ้วมือ แขน ไหล่ และส่วนอื่นๆของร่างกาย เป็นการ เตรียมความพร้อมในด้านการใช้กล้ามเนื้อเล็กและใหญ่เป็นอย่างดี ทำให้เด็กสามารถหยิบจับสิ่งต่างๆได้ อันจะนำไปสู่การเรียนของเด็กต่อไป
      ศิลปะกับความคิดสร้างสรรค์ นักจิตวิทยาทางการศึกษาทั่วโลกเชื่อกันว่าเด็กทุกคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามได้ตามระดับความสามารถของแต่ละบุคคล ถ้าหากเด็กนั้นๆได้รับการเสริมและสนับสนุนให้มีการแสดงออกภายใต้ บรรยากาศสบายๆ สำหรับเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ในตัว สามารถพิจารณาจากพฤติกรรมได้หลายด้านดังนี้
              1.  การเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยความคิดของตนเอง
2.  การเป็นผู้เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง
  3.  การเป็นผู้กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา
               4.  การเป็นผู้ชอบสำรวจตรวจสอบความคิดใหม่ ๆ
        5.  การเป็นผู้มีประสาทสัมผัสอันดีต่อความงาม
6.  การเป็นผู้สอบสวนสิ่งต่างๆ
จะเห็นได้ว่าการสร้างสรรค์ คือการเจริญงอกงามทั้งด้าน พฤติกรรม ความคิด ร่างกาย และศิลปะ คือ เครื่องมือที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะกระบวนการทางศิลปะไม่มีขอบเขตแห่งการสิ้นสุด สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กได้ตลอดเวลานอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กเกิดความคิดที่ไม่จบสิ้นอย่างต่อเนื่องและก้าวไปยังโลกแห่งจินตนาการอย่างไม่ขอบเขต








การเรียนศิลปะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร
1.  ทำให้เด็กได้ฝึกการใช้จินตนาการอย่างอิสระ ซึ่งจะมีผลให้เด็กเป็นคนกล้าคิดกล้าริเริ่มสิ่ง ใหม่ๆ ทำให้เด็กได้แสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดและรู้สึกโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยัง     
2.  ไม่สามารถสื่อสารทางตัวอักษรได้ดีทำให้เด็กรักการทำงานและมีความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อการสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็กแต่ละชิ้นเสร็จสิ้นลง
เด็กจะรู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานของเขามากทำให้กระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ต่อไปช่วยฝึกความประณีตและสมาธิเพราะใน
   3.  ขณะที่เด็กพยายามควบคุมมือให้สามารถวาดระบายสีหรือประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จนั้นต้องใช้ความตั้งใจความพยายามและใช้สมาธิที่แน่วแน่
  4.  มั่นคงตามวุฒิภาวะของเด็กแต่ละวัยทำให้เด็กเป็นคนมีสุนทรียภาพ มีความละเอียดอ่อนในจิตใจ ทำ ให้รู้คุณค่าในธรรมชาติ ศิลปะวัตถุ หรือ
     5.  รูปแบบความคิดต่างๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวและปรับความคิดให้สอดคล้อง
  6.  ยอมรับซึ่งกันและกัน อันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและเป็นประชาธิปไตยในสังคม





ข้อมูลอ้างอิง
           ชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสมองของเด็กปฐมวัย
http://gotoknow.org/blog/kruoil/210983
            แหล่งข้อมูลหนังสือแนวการจัดกิจกรรมและสื่อการเรียนการสอนระดับก่อนประถศึกษาhttp://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=414&Itemid=61

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

งานปั้นของหนูแบบ 2 มิติ


งานปั้น ส่วนใหญ่ในสมัยโบราณเป็นงานปั้นด้วยดิน
ซึ่งได้สร้างขึ้นตามงานปั้นแบบไทยประเพณี ด้วยโบราณวิธี ตามความรู้ของช่างปั้นแต่ก่อนนั้น อาจจำแนกงานปั้น และ วิธีการปั้นดินออกเป็นแต่ละประเภท คือ

        งานปั้นดินดิบ งานปั้นประเภทนี้ใช้ดินเหนียว ที่นำมาจากแหล่งดินในธรรมชาติทั่วไป หากต้องการให้มีความแข็งแรง และคงทนอยู่ได้นานๆ จึงนำเอาวัสดุบางอย่างผสมร่วมเข้ากับเนื้อดิน เพื่อเสริมให้ดินมีโครงสร้างแข็งแรงขึ้นเป็นพิเศษ ได้แก่ กระดาษฟาง กระดาษข่อย และตัวไพ่จีน เป็นต้น
        งานปั้นดินเผา เป็นงานปั้นประเภทใช้ดินเหนียว ซึ่งนำมาจากแหล่งดินในธรรมชาติทั่วไป เช่นเดียวกับดินที่ ใช้ในงานปั้นดินดิบ แต่เนื้อดินที่จะใช้ในงานปั้นดินเผา ต้องใช้ทรายแม่น้ำ ที่ผ่านการร่อนเอาแต่ทรายละเอียดผสม ร่วมกับเนื้อดินแล้ว นวดดินกับทรายให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และทำให้เนื้อดินแน่น อนึ่ง การที่ใช้ทรายผสม ร่วมกับดินเหนียวเช่นนี้ ก็เพื่อช่วยมิให้เนื้อดินแตกร้าว เมื่อแห้งสนิท และ นำเข้าเผาไฟให้สุก
        งานปั้นดินดิบ และ งานปั้นดินเผา ในลักษณะงานปั้นแบบไทยประเพณี ช่างปั้นอาศัยเครื่องมือร่วมด้วยกับการปั้นด้วยมือของช่างปั้นเองด้วย เครื่องมือ สำหรับงานปั้นดินอย่างโบราณวิธี มีดังนี้
                 ไม้ขูด        ใช้สำหรับขูด ควักดิน
                 ไม้เนียน     ใช้สำหรับปั้นแต่งส่วนย่อยๆ
                 ไม้กวด      ใช้สำหรับกวดดินให้เรียบ
                 ไม้กราด    ใช้สำหรับขูดผิวดิน ส่วนที่ไม่ต้องการออกจากงานปั้น
       เครื่องมือ สำหรับงานปั้นอาจจะมีจำนวนมาก หรือน้อยชิ้น หรือมีต่างๆ ไปตามแต่ความต้องการ และจำเป็น สำหรับช่างปั้นแต่ละคนวิธีการและขั้นตอนการปั้น
            ในสมัยปัจจุบันเป็นการนำเอาวัสดุอ่อนที่สามารถรวมกันได้  หรือแบ่งแยกออกจากันได้  เช่น  ดินเหนียว  ดินน้ำมัน  ขี้ผึ้ง มาตกแต่งทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามต้องการ  โดยใช้วิธีขยำ  บีบ  นวด  ตัด  ขัด  ขูด  ปะ  เป็นต้น
ประเภทของงานปั้น งานปั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. งานปั้นแบบนุนตํ่า เป็นรูปปั้นที่มีแผ่นหลังรองรับ และภาพจะนูนสูงขึ้นมาจากพื้นเพียงเล็กน้อย มองเห็นด้านหน้าได้เพียงด้านเดียว เช่น เหรียญต่างๆ พระเครื่องที่มีลักษณะเป็นเหรียญ เป็นต้น



2. งานปั้นแบบนูนสูง  
เป็นรูปปั้นที่มีแผ่นหลังรองรับ คล้ายรูปปั้นนูนต่ำ แต่ภาพจะนูนสูงขึ้นมาจากพื้นรองรับมากกว่า และมีการลดหลั่นตามความเหมาะสม เช่นรูปประดับฝาผนัง



3. งานปั้นแบบลอยตัว  เป็นรูปปั้นที่สามารถมองเห็นได้ทุกด้านโดยรอบ  มีลักษณะเป็นภาพ  3  มิติ  ส่วนมากมักจะมีฐานเพื่อสามารถวางตั้งกับพื้นได้  เช่น  รูปปั้นอนุสาวรีย์ต่าง  รูปปั้นเครื่องใช้ต่าง ๆ  เป็นต้น 



ผลงานวันนี้ี เป็นการปั้นนุนต่ำแต่ทำเป็นแบบเม็ด เม็ด แล้วติดกาวติดลงบนพื้นกระดาษสี แต่ครั้งนี้ก็คล้ายๆกัน เพียงแต่เราจะไม่ทำแบบเม็ดๆ แต่เราจะทำแบบเรียบๆ แบนๆ



 หรือเรียกว่าปั้น แบบ 2 มิติ แล้วมันคืออะไร? 



การปั้นงานแบบ 2 มิติ ก็คือ การปั้นนูนต่ำค่ะ ต่ำมากๆ สูงเหนือพื้นเพียงเล็กน้อย เราสามารถมองเห็นได้เฉพาะด้านบน เห็นความกว้าง ความยาวได้ชัด ส่วนด้านข้างเห็นได้น้อย แต่เราต้องใช้กาวลาเทกซ์ทาด้านหลังด้วยนะคะ แล้วค่อยติดลงบนการะดาษโปสเตอร์สีชนิดแข็ง  เวลานำดินน้ำมันติดลงบนกระดาษ เราควรร่างภาพเบาๆ บางๆ เป็นแบบก่อนแล้วก็นวดดินน้ำมันให้นิ่ม แบ่งดินทีละน้อยแล้วบี้ลงบนกระดาษให้อยู่ในขอบเขตที่เราร่างดินสอไว้นะคะ ส่วนพื้นหลังเป็นสีของกระดาษอยู่แล้ว ก็เป็นอันเสร็จวิธีการปั้นดินน้ำมันนูนต่ำแบบง่ายๆสำหรับเด็กเล็กๆ อายุประมาณ 4 ขวบ                 




ข้อมูลบางส่วนมาจาก...ช่างสิบหมู่  http://www.changsipmu.com/

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

จุดสีสร้างภาพของเด็กวัยใส

จุด (Dot)  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลม ๆ  ปรากฎที่พื้นผิว  ซึ่งเกิดจากการจิ้ม กด กระแทก ด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ  เช่น ดินสอ ปากกา พู่กัน และวัสดุปลายแหลมทุกชนิด

จุด เป็นต้นกำเนิดของเส้น รูปร่าง รูปทรง แสงเงา พื้นผิว ฯลฯ  เช่น  นำจุดมาวางเรียงต่อกันจะเกิดเป็นเส้น  และการนำจุดมาวางให้เหมาะสม  ก็จะเกิดเป็นรูปร่าง รูปทรง และลักษณะผิวได้

ความหมายของจุดตามหลักวิชาการก็คือ จุด (เรขาคณิตย์)

จุด เป็นแนวความคิดที่ใช้กำหนดตำแหน่งที่แน่นอนซึ่งจุดนั้นไม่มีปริมาตร พื้นที่ หรือความยาว มีการใช้อย่างแพร่หลายทั้งในภูมิศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาพกราฟิกส์เวกเตอร์ (ทั้งสองมิติและสามมิติ) และในสาขาอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับในทางคณิตศาสตร์ จุดเป็นส่วนหนึ่งของทอพอโลยี ซึ่งรูปแบบใดๆ ในปริภูมิ จุดคือองค์ประกอบพื้นฐานของวัตถุรูปแบบใดๆ ในปริภูมิ ถึงแม้จุดจะไร้ขนาดและทิศทาง แต่การเขียนจุดขึ้นมาลอยๆ ยังจำเป็นต้องเขียนแทนด้วยวงกลมทึบขนาดเล็ก (หรือเท่าปลายดินสอ) เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีจุดอยู่ ณ ตำแหน่งนั้นๆ



การจุดสีสร้างภาพก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้ผลงานดูโดดเด่นได้อีกหนึ่งรูปแบบ แต่ต้องใช้ความอดทนและต้องมีสมาธิสูงในการทำงาน สำหรับวัสดุที่ใช้ในการจุดนั้นควรเป็นวัสดุปลายเล็กๆ เช่น คอดตอลบัส ไม้เสียบลูกชิ้นปลายตัด กิ่งไม้ ด้ามตะเกียบ ด้ามพู่กัน ปากกาหรืออะไรก็ได้ที่เล็กและไม่แหลมมากขอให้เป็นหน้าตัด ใช้จุ่มสี แต้มลงบนภาพที่เราได้ร่างเอาไว้ ส่วนสีที่ใช้ก็เป็นสีโปสเตอร์ เวลาผสมสีควรจะผสมให้ข้น อย่าใสจนเกินไป เดี๋ยวเวลานำวัสดุไปจุ่มสี สีจะไม่จับติดวัสดุ ทำให้ไม่มีเนื้อสีที่จะติดกับกระดาษขาว

ภาพดูมีน้ำหนัก และดูมีมิติ มากขึ้นภาพจะดูสวยสะดุดตาขึ้นมาก็อยู่ที่การใช้สีด้วยนะคะ การวางโทนสีไล่โทนก็จะสวยมากกว่าการใช้สีพื้นเรียบๆ จะทำให้ผลงานการจุดสีสร้างภาพชิ้นนี้ เด็กอายุประมาณ 10 ขวบ ได้สร้างผลงานร่วมกับผู้ปกครอง เป็นกิจกรรมที่สร้างให้ครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน


ขอแนะนำ... ในช่วงที่เด็กๆยังเล็กอยู่อายุไม่เกิน 12 ขวบ เป็นวัยที่เราสามารถสร้างและแต่งเติมนิสัย ความสามารถ พิเศษ การอยู่ร่วมกับครอบครัวในการทำกิจกรรมแบบธรรมชาติ การไปเที่ยวด้วยกัน หรือการไปทำบุญตักบาตร เด็กๆ ยังคงต้องการผู้ปกครองเสมอ ดังนั้นเมื่อเด็กๆเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น สิ่งที่ผู้ปกครองต้องการและคาดหวังอาจจะผิดหวังนะคะ เพราะเด็กๆ จะเริ่มมีโลกส่วนตัว ชอบความสงบ ไม่ค่อยชอบออกนอกบ้านกับผู้ปกครอง และชอบการพูดคุยกับเพื่อนๆ เด็กๆ บางคนมีความสนใจที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบแต่งตัว ชอบวาดรูป ชอบอ่านหนังสือการ์ตุน หรือหนังสือนวนิยาย ชอบเล่นกีฬา ชอบการแสดง ชอบร้องเพลง ฯลฯ ผู้ปกครองควรส่งเสริมเลยนะคะตามความสามารถของเด็กแต่ละคน



ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแหล่งข้อมูลต่างๆ 

ดร.สุชาติ วงษ์ทอง และคณะ. ทัศนศิลป์ ม.4-ม.6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วัฒนาพานิช, 2546.
ดร.สุชาติ วงษ์ทอง และคณะ. ทัศนศิลป์ ม.4. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วัฒนาพานิช, 2549.

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ลวดลายกระถางของเด็กน้อย


การออกแบบลวดลาย (Pattern)
           ผลงานการออกแบบลวดลายที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมา  บ่งบอกถึงจินตนาการไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ซึ่งผลงานเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงาน ของวัสดุ และของกรรมวิธีในการสร้างสรรค์

การออกแบบลวดลายแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 3 ชนิด คือ
1.  การออกแบบลวดลายตกแต่งวัสดุ  2  มิติ  เป็นการออกแบบลวดลายลงบนวัสดุที่เป็นพื้นระนาบ  มีความกว้างกับความยาวเท่านั้น  เช่น  กระดาษ  ไม้  ผนัง  ผ้า  กระจก
2.  การออกแบบลวดลายตกแต่งผลิตภัณฑ์  3  มิติ  เป็นการออกแบบลวดลายบนรูปทรงที่มีความลึกและหนา  รูปทรงกลม  สามเหลี่ยม  สี่เหลี่ยมและรูปทรงอิสระอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้เกิดการสอดคล้องและสัมพันธ์กัน  
3.  การออกแบบลวดลายตกแต่งสถาปัตยกรรม  เป็นการใช้ลวดลายตกแต่งพื้นที่ต่างๆของสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกให้มี ความสวยงาม  อลังการ  น่าศรัทธา  การตกแต่งสถาปัตยกรรม  

ลวดลายกระถาง Hand Craft ครั้งนี้ เป็นกระถางใบเล็กมีขายตามร้านต้นไม้ หรือจะหาซื้อแถวปากเกร็ดก็ได้เพราะเป็นแหล่งเผากระถางเยอะมากสามารถทำได้ทุกช่วงวัยเลยค่ะ...
เริ่มโดยนำกระถางมาทาสีขาวทั้งด้านในและด้านนอก หรือจะไม่ทาก็ได้ สีขาวที่ใช้คือ สีพลาสติกหรือสีทาบ้านนี่เอง เพื่อที่เวลาวาดภาพแล้วเห็นชัดมากขึ้น และการลงสีภาพจะระบายได้ง่ายขึ้น
           การออกแบบลวดลายถ้าเป็นเด็กเล็ก อายุประมาณ 4-5 ขวบ จะวาดเป็นเรื่องราวค่อนข้างยาก เพราะต้องยกกระถางวาดตลอดเวลา ควรจะให้ระบายเป็นโทนสีดีกว่า สีที่ใช้ลงวาดภาพนั้นจะใช้สีโปสเตอร์ ผสมแบบข้นพอดี ส่วนการเขียนลวดลายก็ใช้พู่กันเขียนเป็นลายเส้น อย่าลืมให้ความสำคัญของพู่กันด้วยนะคะ ในเรื่องของการระบายพื้น ส่วนใหญ่จะใช้พู่กันเบอร์ 9 -10 และถ้าทำลวดลายควรใช้เบอร์เล็กๆ เช่นเบอร์  6-7- 8




               เมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องพ่นเคลียร์ใสด้วยสัก 2 ครั้ง แล้วตากแดดตากลมให้แห้งสนิทด้วย จึงจะนำไปใช้งานได้ค่ะ





วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรื่องของเส้น...

เส้น...เกิดจากการเคลื่อนที่ของจุด (Moving dot) จำนวนมาก ไปในทิศทาง ที่กำหนด หรือเส้นคือทางเดินของจุดไปในทิศทางเดียวกันที่กำหนด เส้น เป็นแนวเชื่อมโยงระหว่าง จุดสองจุดขึ้นไปเส้น จะมีปฏิกิริยา โต้ตอบกับสายตาของ มนุษย์ให้เคลื่อนที่ไป ตามลักษณะของเส้น ได้เป็นอย่างดี เราจะเห็นเส้นในการ เคลื่อนไหว ของมนุษย์ เส้นรูปทรงของสัตว์ วัตถุ และธรรมชาติ ที่แตกต่างกัน รูปลักษณะของเส้นเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเส้นที่ ปรากฏ ตามสายตา (Visual Elements)หรือเส้นที่ที่ปรากฏในความคิด (Conceptual Elements) ก็ตาม สามารถทำให้เกิดความรู้สึก
ต่าง ๆ เช่น ตื่นเต้น สงบราบเรียบ นิ่มนวล ร่าเริง เคร่งขรึม อ่อนหวาน เป็นต้น เส้น จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของ ผู้สร้าง งาน ศิลปะ ให้ผู้อื่นได้สัมผัสได้เป็นอย่างดี

ลักษณะของเส้น
1. เส้นตั้ง หรือ เส้นดิ่ง ให้ความรู้สึกทางความสูง สง่า มั่นคง แข็งแรง 
    หนักแน่น เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อตรง 
2. เส้นนอน ให้ความรู้สึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นิ่ง ผ่อนคลาย 
3. เส้นเฉียง หรือ เส้นทะแยงมุม ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว รวดเร็ว ไม่มั่นคง 
4. เส้นหยัก หรือ เส้นซิกแซก แบบฟันปลา ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว อย่าง
    เป็นจังหวะ มีระเบียบ ไม่ราบเรียบน่ากลัวอันตราย ขัดแย้ง ความรุนแรง 
5. เส้นโค้ง แบบคลื่น ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลื่นไหล ต่อเนื่อง
    สุภาพ อ่อนโยน นุ่มนวล 
6. เส้นโค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว คลี่คลาย หรือเติบโตใน
    ทิศทางที่ หมุนวนออกมา ถ้ามองเข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไม่
    สิ้นสุด
7. เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคลื่อนไหวที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทาง ที่รวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง 
8. เส้นประ ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่อง ขาด หาย ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเครียด


               เส้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะทุกชนิด เส้นสามารถให้ความหมาย แสดง ความรู้สึก และอารมณ์ได้ด้วยตัวเอง และด้วยการสร้างเป็นรูปทรงต่าง ๆ ขึ้น เส้นมี 2 ลักษณะ คือเส้นตรง (Straight Line) และเส้นโค้ง (Curve Line) เส้นทั้งสองชนิดนี้ เมื่อนำมาจัดวางในลักษณะต่าง ๆ กัน จะมีชื่อเรียกต่าง ๆ และให้ความหมาย ความรู้สึก ที่แตกต่างกันอีกด้วย






เป็นงานวาดลายเส้นของเด็กอายุ 3 ขวบ ตามจินตนาการของตัวเด็กเองที่ได้รับรู้จากประสบการณ์ การวาดโดยการใช้ดินสอลากด้วยความมั่นใจไม่ถึง 1 นาที  เพราะฉะนั้นผลงานจะดูน่ารัก ซึ่งผู้ใหญ่ทำได้ยาก เพราะจะมีความรู้สึกผิด-ถูกเข้ามาร่วมด้วยและลายเส้นการวาดของผู้ใหญ่จะออกมาแข็ง

วาดภาพโดย เด็กหญิงปรายฟ้า คงเมือง





วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

สร้างภาพ...ครอบครัวแสนอบอุ่น


จะสร้างครอบครัวที่ดีได้อย่างไร? 

คำสอนของท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เกี่ยวกับการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่นำไปสู่ความสุขร่วมกัน

การสร้างครอบครัว คือ การสร้างเพื่อน ถ้าพ่อแม่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันได้ ลูกจะมีใจที่มั่นคง เริ่มจากการที่สามีภรรยาต้องสร้างใจตัวเองให้มีตัวเองเป็นเพื่อนได้ เมตตาตัวเองเป็น เราก็จะเป็นเพื่อนกับคนข้างหน้าเราได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจมากขึ้น การกระทบแล้วกระเทือนในครอบครัวก็จะลดลง เมตตาตัวเองเป็น หมายถึง เมื่อเราโกรธ เศร้า เบื่อ เครียด อารมณ์ลบเหล่านี้ทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น พ่อแม่ที่มีมาตรฐานสูง นอกจากจะเอาผิดเอาถูกกับคนอื่นแล้ว ยังเอาผิดเอาถูกกับตัวเอง คาดหวังสูง เช่น อยากเป็นคนดี เวลาโกรธก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ดี พาลโกรธตัวเองที่โกรธ กลายเป็นโกรธซ้อนโกรธ
•พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้านได้ ถ้าพ่อแม่สร้างกระแสอริยะให้เกิดได้จริงในบ้าน เพียงการถือศีล ๕ บริสุทธิ์ มีสมาธิและปัญญาพอประมาณ ราคะโทสะโมหะเบาบางลง ทำได้จริงในขณะที่ครองเรือน 
•ถ้าพ่อแม่มีการสื่อสารที่ไม่ระวัง เพราะมัวเอาชนะ ประชดประชัน เหน็บแนม กระแทกกระทั้น ลูกจะมีแต่ความระแวงสงสัยในชีวิต ว่าโลกนี้น่าอยู่จริงหรือ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการสื่อสารที่มีความมุ่งร้ายและเบียดเบียนกัน วัฒนธรรมที่ควรสร้างให้เกิดขึ้นในครอบครัว คือ การพูด คิด ทำอะไรโดยใช้ปัญญา เพื่อนำพาออกจากปัญหาอย่างไม่มีความมุ่งร้ายและเบียดเบียนกัน
ำอย่างไรลูกจึงจะรอดได้ในสังคมที่ไม่ปลอดภัย ? 

•ความปลอดภัยจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่มีคนอื่นสิ่งอื่นทำร้ายเรา แต่เพราะเราไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการจมอยู่ในอารมณ์ เราอยู่กับโลกอย่างที่โลกเป็นโดยไม่ต้องทุกข์ได้ และเมื่อเราไม่จมกับอารมณ์ เราจึงมีปัญญาที่จะจัดการกับเรื่องภายนอกที่คุกคามเรา ดังนั้นนอกจากสร้างครอบครัวที่บ้านของเราแล้ว เราต้องสร้างชุมชนที่เด็กอยู่ในกระแสของคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นชุมชนที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เช่นที่เสถียรธรรมสถาน เราจะไม่เลี้ยงลูกเราคนเดียว แต่เราจะสร้างสังคมที่ปลอดภัยเพื่อเด็กทุกคนที่เขาจะไม่ทำร้ายกัน เพราะลูกของเรามีจิตที่ไม่ขุ่นมัวเป็นอาวุธในการอยู่กับโลก เมื่อใจหนักแน่นและเข้าใจโลก ก็ไม่มีอะไรในโลกที่ทำร้ายเขาได้ 
จะปลูกฝังคุณธรรมให้ลูกได้อย่างไร ?
•คุณธรรมที่ปลูกฝังบนโต๊ะอาหารทุกมื้อจะทำให้เด็กมีคุณธรรมเมื่อต้องตัดสินใจเหตุการณ์สำคัญในชีวิตการสร้างจิตประภัสสรก็เช่นกัน จิตที่ผ่องใสหนักแน่นไม่ขุ่นมัวนั้น จะเกิดขึ้นได้ ต้องฝึกทำกุศลให้เป็นนิสัย อย่าประมาทจนอกุศลเข้าไปในใจ แล้วต้องไปรื้อถอนภายหลัง ซึ่งยาก นิสัยนี้พ่อแม่ต้องเริ่มก่อน 

ที่บอกว่ารักนั้น ....เรารักอย่างเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ? 
•เราจะไม่ถลำไปว่า ลูกเป็นของเรา แต่พ่อแม่มีหน้าที่ให้ชีวิต เป็นเพื่อน เป็นครู คุณธรรมของพ่อแม่คือ การทำให้ลูกมีชีวิตที่แข็งแรงโดยมีตัวเองเป็นเพื่อน ลูกจะเป็นอย่างที่เขาเป็น แต่เขาจะปลอดภัยเพราะได้โอกาสจากเรา แต่ชีวิตที่ปลอดภัยไม่ใช่ของเรา คือรักอย่างไม่รอบครอบ  

•สามีภรรยากัน ก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครได้ การสร้างครอบครัวคือการมีเพื่อนที่เข้าใจความทุกข์ของเพื่อนด้วยกันเพื่อประคับประคองกัน การเข้าไปจัดการอะไรอย่างอึดอัดนั้นคือความหลง เพราะแสดงว่าเราจัดการอย่างเห็นแก่ตัวเพื่อให้ได้ดังใจเรา การฟังกันด้วยหัวใจ จะทำให้เราเห็นปัญหาว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่จะไม่ทำให้เราทุกข์แต่มีปัญญาขึ้น
เสถียรธรรมสถาน : คำสอนของท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
http://www.sdsweb.org/sdsweb/index.php/


วันนี้นำภาพคนแต่เป็นบุคคลในครอบครัว ที่เด็กๆจะคุ้นเคยกันดี จะเป็นญาติ พี่น้อง คุณพ่อ คุณแม่ คุณตา 
คุณยายได้ทั้งนั้นก็อธิบายไปเลยนะคะ และเด็กที่วาดภาพ ไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดเรื่องของสี จะใช้สีไม้ สีน้ำ หรือ 
สีชอล์กก็ได้ค่ะ ให้เด็กวาดภาพโตๆ เน้นรูปร่างชัดเจน ตอนนี้เรายังไม่เน้นเรื่องของรายละเอียดที่เป็นพื้นหลังนะคะ

(วาดภาพโดย ด.ญ.ปรายฟ้า คงเมือง)

น้องวาดภาพนี้ประมาณอายุเกือบ 4 ขวบ ก็หากระดาษแผ่นโตให้ แรกๆก็บอกว่า ให้วาดรูปวงกลมโตๆ ใส่ ตา หู จมูก ปาก ผู้ใหญ่ควรจะอยู่กับเด็กด้วย พูดคุยไปด้วยเป็นการทำงานร่วมกัน แต่..ห้ามวาดให้นะคะ นิดๆ หน่อยๆพอได้ พูดแบบจูงใจไม่จำเป็นต้องเหมือน แต่พยายามให้เด็กจินตนาการ เป็นภาพหรือรูปแบบในวัยของเด็กเอง ภาพที่วาดออกมา บางที่มองไม่ออกหรอกว่าใครคือใคร วิธีกันสับสน ก็ให้เด็กๆเขียนชื่อบอกซะเลยว่าชื่ออะไรกันบ้าง เวลาระบายสีก็เลยให้ใช้สีไม้ กันสกปรก และอยากให้ภาพออกมาสะอาดค่ะ


ภาพนี้ ช่วงอายุ ประมาณ 8 ขวบ  มีการพัฒนาด้านการสังเกตขึ้นมาก รู้จักการแต่งกาย 
 เริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของคนมากขึ้น


ภาพนี้วาดตอนอยู่อนุบาล 3 อายุประมาณ 6 ขวบ ก็เป็นภาพครอบครัวเหมือนกันแต่เจ้าตัวอยากระบายสีน้ำก็เลยต้องให้ใช้สีชอล์กระบายภาพคนก่อน แล้วถึงให้ระบายสีน้ำเป็นพื้นหลัง...สนุกมาก 
เด็กวัยนี้วาดภาพออกมาจะแนวการ์ตูน  รูปร่างสัดส่วนตามใจฉัน



จัดสถานที่ให้มีบรรยากาศเย็นสบาย เลยให้วาดภาพอยู่ในสวนใต้ต้นไม้ 
ซะเลยเวลาระบายสีน้ำหกจะได้ไม่เลอะเทอะ