Children's art.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิลปะเด็กสร้างสรรค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิลปะเด็กสร้างสรรค์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การสร้างภาพโทนสีผสม / Creating a mixed tone


ความหมายของสี
สี หมายถึง แสงที่มากระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตาจะทำให้เห็นเป็นสีต่างๆ การที่มองเห็นวัตถุเป็นสีใดๆ ได้นั้นเพราะวัตถุนั้นดูดแสงสีมาจากที่อื่นแล้วสะท้อนตัวมันเอง เช่น วัตถุสีแดง เมื่อมีแสงส่องกระทบก็จะดูดทุกสีสะท้อนแต่สีแดงทำให้เกิดการมองเห็นเป็นสีแดง และรับรู้สีได้เพราะเมื่อสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ไอแซก นิวตัน ได้ค้นพบ ว่าแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์เมื่อหักเหผ่านแท่งแก้วสามเหลี่ยม ( prism) แสงสีขาวจะกระจายออกเป็นสีรุ้งเรียกว่า สเปคตรัม มี 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง (ศักดา ศิริพันธุ์. 2527 : 5 อ้างถึงใน http://rbu.qru.ac.th/~somsak/design/ lesson5/ lesson_5.html ) และได้มีกำหนดให้เป็นทฤษฎีสีของแสงขึ้น ความจริงสีรุ้งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นและพบเห็นกันบ่อยๆ อยู่แล้วโดยเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์หรือแสงสว่างเมื่อผ่านละอองนํ้าในอากาศซึ่งลักษณะกระทบต่อสายตาให้เห็นเป็นสีมีผลถึงจิตวิทยาคือ มีอำนาจให้เกิด ความเข้มของแสงที่อารมณ์และความรู้สึกได้การที่ได้เห็นสีจากสายตา สายตาจะส่งความรู้สึกไปยังสมองทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆ ตามอิทธิพลของสี เช่น สดชื่น เร่าร้อน เยือกเย็น หรือตื่นเต้น มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับสีต่างๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้นล้วนแต่มีสีสันแตกต่างกันมากมาย

           การสร้างภาพโทนสีร้อน-สีเย็น ของเด็กอายุไม่ตํ่ากว่า 8 ขวบนั้น เมื่อผลงานออกมาแล้วไม่คิดว่าเด็กๆ จะทำได้สมบูรณ์ การไล่โทนสีทำได้ 7 ระยะ สำหรับเด็กโตการแบ่งค่าของสีค่อนข้างละเอียดและชัดเจน ซึ่งต้องสอดคล้องกับการออกแบบด้วยเป็นสำคัญ


ตัวอย่างสี โทนร้อน-โทนเย็น 
            แบ่งออกเป็น 7 ระยะ เริ่มที่สีร้อนได้แก่ เหลือง ส้มเหลือง ส้ม ส้มแดง แดง แดงม่วง ม่วง สีเย็นได้แก่ เหลือง เขียวอ่อน  เขียวสด เขียวแก่ ฟ้าเข้ม น้ำเงิน ม่วง

           เมื่อเราระบายสีภาพตามโทนสีแล้ว เราสามารถรู้สึกได้ถึงความแตกต่างได้เลย ภาพที่ระบายสีเย็นจะมีความรู้สึกสบาย ร่มเย็น สบายตา สบายใจ มีสมาธิมากขึ้น แล้วโทนสีนี้เราก็นำมาจากสีของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวของเรานี่เอง กลุ่มโทนสีเขียวก็นำมาจากสีของป่า ส่วนกลุ่มโทนสีฟ้าก็นำมาจากสีของทะเล  และภาพที่ระบายสีร้อนจะมีความรู้สึกสดใส ร้อนแรง มีชีวิตชีวา อบอุ่นก็ได้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วโทนสีนี้เราก็นำมาจากสีของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวของเรานี่เองเหมือนกัน กลุ่มโทนสีแดงก็นำมาจากดวงอาทิตย์ที่เป็นแสงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เวลานำมาระบายอยู่ด้วยกันสีค่อนข้างร้อนแรงเอามากๆ



           เมื่อนำ 2 กลุ่มโทนสีมารวมกันโดยการไล่สีก็เป็นอย่างที่เราเห็นล่ะคะ...รู้สึกสนุก ตื่นเต้น สีจัดจ้านร้อนแรง ทำให้ไม่น่าเบื่อ บางจุดเมื่อมีสีโทนเย็นมาเบรคทำให้มีเรื่องราวในตัวเองแต่เราสามารถสร้างภาพให้ดูเด่นและชัดเจนได้ โดยการระบายสีโทนร้อน-โทนเย็นแบ่งระหว่างรูปภาพกับพื้นหลังของภาพอย่าลืมตัดเส้นดำนะคะ ดังตัวอย่างของเด็กๆ

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วาดภาพวัย 3 ขวบ


วาดภาพกิจกรรมเพิ่มพลังสมองลูกน้อยวัย 3 ขวบ 
        เพราะช่วง 3 ขวบปีแรกของชีวิต เป็นช่วงที่สมองของลูกเติบโตมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ หากคุณพ่อคุณแม่สร้างสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้เหมาะสม สมองของเขาก็จะเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการด้านต่างๆ ของเขาในวัยต่อๆ ไป กิจกรรมเสริมสร้างพลังสมองให้ลูกควรสอนให้เด็กรู้จักเล่นคนเดียว เด็กวัยนี้ไม่ใช้มือกำดินสอเทียนแล้ว แต่จะใช้ปลายนิ้วจับเอาไว้ รู้จักต่อแท่งไม้สูงๆ รู้จักใช้เสียมเล็กๆขุดดิน แม่ควรคิดหาทางใช้ความสามารถเหล่านี้ของเด็กและหัดให้เล่นคนเดียว มีกิจกรรมีมากมายที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น…
        * เล่นจับปูดำขยำปูนา ตบแผะ จ้ำจี้ ฯลฯ การเล่นเช่นนี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวมือ ขา ร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว 
        * หมั่นชวนลูกดูหนังสือภาพ เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นสายตาและการมองแล้ว ยังช่วยให้เขาได้เรียนรู้ภาษา เรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านหนังสือภาพได้ 
        * เล่านิทาน จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของภาษาและการสื่อสาร กระตุ้นการคิด จินตนาการ สมาธิ และที่สำคัญทำให้ลูกรู้ว่าเรารักและทำให้เขารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย 
        * หาของเล่นที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก ของเล่นที่ช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ฝึกความอดทน ฝึกการแก้ปัญหามาให้ลูกเล่น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงหรือมีกลไกซับซ้อน เช่น กล่องกระดาษ กระบะทราย 
         * เด็กผู้หญิงที่ชอบตุ๊กตา ก็ซื้อตุ๊กตาและชุดหม้อข้าวหม้อแกง หรือชุดเครื่องเรือนให้ และปล่อยให้เล่นคนเดียว ซึ่งมองเห็นแม่ได้
        * ร้องเพลงกล่อมลูก เสียงสูงๆ ตํ่าๆ และมีจังหวะจะโคน ช่วยกระตุ้นสมองได้ดี พัฒนาการของภาษา สมาธิ การคิด ความจำจะถูกกระตุ้นจากเสียงเพลง ข้อสำคัญคือช่วยตอกยํ้า ให้ลูกรับรู้ถึงความรักและความห่วงใยที่พ่อแม่มีให้ 
* เด็กที่ชอบดนตรีน่าจะเปิดเพลงให้ฟัง ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงคลาสสิค ลูกทุ่ง ลูกกรุง หรือเพลงแจ๊ส เพลงรำวงก็เพลงเหมือนกัน
 * เด็กวาดมโนภาพเก่งขึ้น จะหมกหมุ่นอยู่กับการเล่น จนไม่สนใจแม่ว่าจะอยู่ด้วยหรือไม่ แม้ว่าสนามที่บ้านจะเล็ก มีที่ว่างเพียงวาเดียว ก็น่าจะสร้างสนามทราย ไว้เป็นที่เล่นของเด็ก ที่จะขนของเล่นไปเล่นคนเดียวที่นั่น
         * เด็กที่ชอบเขียนภาพ ควรหาสีเทียนและกระดาษแผ่นใหญ่ๆ ให้แกขีดเขียนไปพลาง พูดพรรณาไปเรื่อยๆ ควรให้กระดาษแผ่นใหญ่ๆ เพราะถ้ากระดาษพื้นที่ไม่พอ เด็กจะขีดพื้นขีดผนังบ้าน







       
































          พัฒนาการทางร่างกาย ของเด็กวัยนี้ก้าวหน้าเร็วมาก วิ่งเร็วขึ้น และหกล้มน้อยลง เดินด้วยเท้าเปล่าได้ เด็กบางคนสามารถเดินบนท่อนไม้เดียว ที่วางพาดข้ามคูคลองได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และเล่นชิงช้าเองได้โดยไม่กลัว แต่เราต้องไม่ลืมว่า เด็กแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็ก เล่นอยู่แต่ในบ้านทั้งวันด้วย การเล่นต่างๆดังกล่าวข้างต้น

          สิ่งสำคัญคือ ทุกกิจกรรมที่เราทำต้องเกิดขึ้นจากความรัก ความเข้าใจในธรรมชาติของลูก โดยไม่เอาลูกเราไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เพราะเด็กแต่ละคนจะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  นิตยสารรักลูก
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
อ้างอิงแผนงาน : ร่วมวางแผน พัฒนาการบริหาร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละระดับชั้น กำกับติดตาม ประเมินผลและรายงานผลด้านนักเรียน ด้านครู ด้านกายภาพ และด้านอื่น ๆ ตามแนวนโยบายและระเบียบปฏิบัติของโรงเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เด็กปฐมวัยกับผลงานศิลปะ

             เด็กวัยนี้เป็นช่วงที่โครงสร้างสมองซีกขวาซึ่งเกี่ยวกับศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการดีมาก ถ้าส่งเสริมอย่างให้ถูกทางและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อไหร่หยุดหรือไม่มีพัฒนาการต่อเนื่อง บีบบังคับ สร้างความเป็นระบบแบบแผนมากเกินไป ล้วนแล้วแต่เป็นตัวขัดขวางความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเด็ก
การศึกษาไทยยังไม่มีความเข้าใจในการพัฒนาเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ จะเห็นว่าทุกวันนี้เราพยายามสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็กไทยมากขึ้น หากแต่บางครั้งก็ยังไม่มีความเข้าใจมากพอ เด็กแต่ละวัยมีความแตกต่างกันในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์จึงต้องต่างกันไป
  เด็กในระดับชั้นปฐมวัย จึงจำต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ เราจะเน้นให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน เมื่อเขาสนุกและเพลิดเพลิน แล้วจะทำให้เขาสามารถคิดอะไรได้แปลกใหม่อย่างมีอิสระ และเสรีภาพ คนที่จะสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กต้องเข้าใจ มิฉะนั้นจะไม่สามารถสร้างสถานการณ์ของการเรียนการสอนได้ ในการพัฒนาเสรีภาพการเขียนการคิดได้อย่างแท้จริง
วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดจินตนาการได้เต็มที่ตามที่ได้เห็น เด็กสามารถสร้างจินตนาการได้กว้างกว่าที่เราจะคาดเดาได้ บางทีก็อาจจะสะท้อนจิตใจความรู้สึกของ บางครั้งเด็กไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้แต่สามารถถ่ายทอดมาทางงานศิลปะได้ วิชาศิลปะเป็นฐานทางการศึกษาพัฒนาการเด็กซึ่งควรเริ่มตั้งแต่เด็กยังเล็กอยู่การเรียนการสอนศิลปะสำหรับเด็ก ปฐมวัยนั้นจะมุ่งเน้นถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กมากกว่าผลงาน ดังนั้นจะเห็นว่ากิจกรรมต่างๆ ทางศิลปะจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง และสัมพันธ์กับการใช้ตา เช่นการ ดินนํ้ามัน ปั้นแป้ง ระบายสี และการวาดรูป เด็กได้ใช้ส่วนต่างๆของนิ้วมือ แขน ไหล่ และส่วนอื่นๆของร่างกาย เป็นการ เตรียมความพร้อมในด้านการใช้กล้ามเนื้อเล็กและใหญ่เป็นอย่างดี ทำให้เด็กสามารถหยิบจับสิ่งต่างๆได้ อันจะนำไปสู่การเรียนของเด็กต่อไป
      ศิลปะกับความคิดสร้างสรรค์ นักจิตวิทยาทางการศึกษาทั่วโลกเชื่อกันว่าเด็กทุกคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามได้ตามระดับความสามารถของแต่ละบุคคล ถ้าหากเด็กนั้นๆได้รับการเสริมและสนับสนุนให้มีการแสดงออกภายใต้ บรรยากาศสบายๆ สำหรับเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ในตัว สามารถพิจารณาจากพฤติกรรมได้หลายด้านดังนี้
              1.  การเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยความคิดของตนเอง
2.  การเป็นผู้เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง
  3.  การเป็นผู้กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา
               4.  การเป็นผู้ชอบสำรวจตรวจสอบความคิดใหม่ ๆ
        5.  การเป็นผู้มีประสาทสัมผัสอันดีต่อความงาม
6.  การเป็นผู้สอบสวนสิ่งต่างๆ
จะเห็นได้ว่าการสร้างสรรค์ คือการเจริญงอกงามทั้งด้าน พฤติกรรม ความคิด ร่างกาย และศิลปะ คือ เครื่องมือที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะกระบวนการทางศิลปะไม่มีขอบเขตแห่งการสิ้นสุด สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กได้ตลอดเวลานอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กเกิดความคิดที่ไม่จบสิ้นอย่างต่อเนื่องและก้าวไปยังโลกแห่งจินตนาการอย่างไม่ขอบเขต








การเรียนศิลปะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร
1.  ทำให้เด็กได้ฝึกการใช้จินตนาการอย่างอิสระ ซึ่งจะมีผลให้เด็กเป็นคนกล้าคิดกล้าริเริ่มสิ่ง ใหม่ๆ ทำให้เด็กได้แสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดและรู้สึกโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยัง     
2.  ไม่สามารถสื่อสารทางตัวอักษรได้ดีทำให้เด็กรักการทำงานและมีความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อการสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็กแต่ละชิ้นเสร็จสิ้นลง
เด็กจะรู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานของเขามากทำให้กระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ต่อไปช่วยฝึกความประณีตและสมาธิเพราะใน
   3.  ขณะที่เด็กพยายามควบคุมมือให้สามารถวาดระบายสีหรือประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จนั้นต้องใช้ความตั้งใจความพยายามและใช้สมาธิที่แน่วแน่
  4.  มั่นคงตามวุฒิภาวะของเด็กแต่ละวัยทำให้เด็กเป็นคนมีสุนทรียภาพ มีความละเอียดอ่อนในจิตใจ ทำ ให้รู้คุณค่าในธรรมชาติ ศิลปะวัตถุ หรือ
     5.  รูปแบบความคิดต่างๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวและปรับความคิดให้สอดคล้อง
  6.  ยอมรับซึ่งกันและกัน อันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและเป็นประชาธิปไตยในสังคม





ข้อมูลอ้างอิง
           ชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสมองของเด็กปฐมวัย
http://gotoknow.org/blog/kruoil/210983
            แหล่งข้อมูลหนังสือแนวการจัดกิจกรรมและสื่อการเรียนการสอนระดับก่อนประถศึกษาhttp://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=414&Itemid=61

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ฉีก-ปะ กระดาษสีให้เกิดภาพ


เบื่อการวาดภาพก็มาฉีกกระดาษเล่นกันดีกว่า จะเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ขาว-ดำ หรือกระดาษสีก็ได้นะคะ ถ้าจะให้ฉีกง่ายก็ใช้กระดาษโปสเตอร์สีอย่างบาง หรือกระดาษลวดลาย กระดาษห่อของขวัญ  เด็กๆ คงจะชอบและสนุกกับผลงานอย่างมีสมาธิได้นานๆ นะคะ


เราคงไม่ปะ-ติดกระดาษสีทั้งหน้ากระดาษเลย เด็กๆ คงจะเบื่อน่าดู เอาเป็นว่าปะ-ติดเฉพาะรูปภาพ ส่วนพื้นหลังคงต้องใช้สีน้ำโปสเตอร์ช่วย จะได้ดูงานสำเร็จ และเสร็จทันเวลา...เรามาเริ่มเลยนะคะ

อุปกรณ์ได้แก่ กระดาษสีโปสเตอร์อย่างบาง กาวน้ำใสและสีโปสเตอร์


ก่อนอื่นร่างภาพเต็มหน้ากระดาษเลยควรร่างภาพให้โตใหญ่ชัดเจนจะง่ายสำหรับตัวเด็กเอง ไม่ควรเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนเพราะเราไม่ได้ระบายสีในตัวภาพ  เสร็จแล้วมาฉีกกระดาษสีให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วแยกใล่ภาชนะเป็นสีๆ อย่าปนกัน 


ต่อไปก็เทกาวน้ำใส่ถ้วย จะทากาวโดยใช้พู่กันเบอร์ใหญ่แต่ต้องสะอาด ทากาวลงบนภาพแล้วก็นำกระดาษสีที่ฉีกไว้ปะลงไปเลยตามรูปร่างภาพที่เราร่างเอาไว้ ใช้พู่กันเกลี่ยกระดาษสีโดยให้กระดาษวางเข้าโค้งหรือมุมตามรูปร่างของภาพ โดยให้เด็กๆ ได้จินตนาการตามใจตัวเอง และเมื่อปะ-ติดตามรูปร่างแล้วอย่าลืมทากาวทับลงบนกระดาษสีอีกครั้งให้ทั่วเพื่อที่กระดาษสีที่เราปะ-ติดจะได้เรียบและเงา


ส่วนพื้นหลังภาพเราไม่ได้ปะ-ติด ก็ใช้สีโปสเตอร์มาระบายสีพื้นหลังให้เกิดเรื่องราวหรือระบายแบบความถนัดของเด็กๆ เอง



ตัวอย่าง ของเด็กๆ อายุประมาณตั้งแต่ 6 - 10 ขวบ